วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

คำสั่งโปรแกรมPhotoshop

การสร้างลูกบอลไฟอีกรูปแบบหนึ่งใน Photoshop
1. สร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาโดยกำหนดพื้นหลังเป็นสีดำ
2. สร้าง layer ใหม่
3. ใช้ Elliptical Marquee Tool ในการวาดรูปวงกลม โดยให้กด Shift ที่แป้นพิมพ์ เพื่อทำให้วงเลมเป็นรูปสวยงาม
4. กด Filter ---> Render ---> Counds และไปที่ Filter ---> Render ---> Difference Counds
5. กด ctrl+ I เพื่อทำการเปลี่ยนสี จากนั้นกด Ctrl + L แล้วทำการย้ายตัวเลื่อนที่ตัวตามรูปไปทางด้่านขวาจากนั้นกด OK
6. กด Filter ---> Distort ---> Spherize แล้วทำการตั้งค่า option = 100% แล้วกด ctrl+F
7. กด Filter ---> Stylize ---> Find Edges แล้วกด Ctrl+I
8. กด Ctrl+U ตั้งค่าตามด้านล่างเลยโดยติ๊กที่ Colorize ด้วย
Hue: 0
Saturation: 100
9. จากนั้นคลิกขวาที่ layer แล้วเลือก Duplicate layer จากนั้นกด Ctrl+U ที่ layer ที่เราได้ทำการ copy มาแล้วตั้งค่าตามด้านล่าง อย่าลืม ติ๊กที่ Colorize ด้วย
Hue: 40
Saturation: 100
10. ในส่วนของแทบ layer ด้านบนจะมีให้กดลูกศรลงเพื่อเลือก Linear Dodge แล้วกด Ctrl + E เพื่อรวม layer ทั้งสอง
11. สร้าง layer ใหม่
12. ทำซ้ำในข้อ 4-10 เมื่อทำข้อทำเสร็จให้กดเลือก Linear Dodge แล้วจึง Crtl + E อีกรอบ
13. สร้าง layer ใหม่
14.ทำซ้ำในข้อ 4-10 เมื่อทำข้อทำเสร็จให้กดเลือก Linear Dodge แล้วจึง Crtl + E อีกรอบ
15. ให้กด Add layer style
แล้วเลือก Inner Glow กำหนดสีเป็น #FFC600 และ เลือก Outer Glow แล้วเลือกสีเป็น #FFC600 เมื่อทำการตกแต่งเสร็จแล้วจะได้รูปตามด้านล่างเลยค่ะ

ที่มา http://www.webthaidd.com/photoshop/webthaidd_article_952_.html

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การใช้งาน Facebook

วิธีสมัคร Facebook
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการสมัครก็คือ อีเมล์ จะเป็น Gmail, Hotmail, Yahoo! หรือ อีเมล์ใดๆ ก็ได้และ ไม่ควรนำอีเมล์สำคัญๆมาใช้ในการเล่นเฟสบุ๊คเป็นต้นว่าอีเมล์ติดต่องานหรืออีเมล์บริษัท ทั้งนี้ ก็เพราะตลอดการเล่น Facebook เราจะต้องใช้อีเมล์นี้รับข้อมูลที่ส่งมาจากบริการของ Facebook อยู่บ่อยๆถ้าเราใช้บริการเฟสบุ๊คบ่อยแค่ไหนก็ Inbox ของเราก็จะยิ่งรับข้อมูลมากขึ้นซึ่งจะทำให้เราเกิดความรำคาญได้เริ่มต้นสมัครเล่น Facebook ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เข้าที่เว็บไซต์ http://www.facebook.com/
2. คลิกที่ ภาษาไทย (ขออนุญาตใช้งาน Facebook ในแบบภาษาไทย)
3. กรอกรายละเอียดของเรา ให้ครบทุกช่อง ถ้าเป็นไปได้ควรกรอกให้ตรงกับความเป็นจริง โดยเฉพาะ อีเมล์
4. พิมพ์ตัวอักษรที่เรามองเห็น จากนั้นให้คลิกปุ่ม ลงทะเบียน
5. จากนั้นให้เพิ่มเพื่อน ค้นหาเพื่อน กรอกข้อมูลส่วนตัว ใส่รูปภาพ เราสามารถคลิกที่ ข้าม ได้
6. จากนั้นจะปรากฏแถบข้อความแจ้งกับเราว่า ได้ส่งคำขอการยืนยันการสมัครจากทีมงาน Facebook ไปยังอีเมล์ของเรา (อีเมล์ที่กรอกตอนสมัคร) ให้เรารีบไปเช็คอีเมล์ได้เลย
7. เปิดเช็คอีเมล์ใน Inbox เราจะพบว่ามีอีเมล์มาใหม่อยู่ 2 ฉบับ ให้เราคลิกเปิดอ่านอีเมล์หัวข้อ การยืนยันชื่อเข้าใช้งาน Facebook
8. คลิกลิงค์ยืนยันการสมัครได้เลย
9. การสมัครได้รับการยืนยันแล้ว ให้คลิก ตกลง
10. กลับเข้าสู่หน้าเว็บ Facebook อีกครั้ง
11. ขั้นตอนสมัคร Facebook ก็จบแต่เพียงเท่านี้และทุกครั้งที่เล่น Facebook เสร็จแล้วก็อย่าลืม ออกจากระบบ อย่างถูกวิธี

ที่มา http://facebook.kapook.com/howto/signup.php

Facebook คืออะไร


Facebook (เฟสบุ๊ค) คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ, โพสต์รูปภาพ , โพสต์คลิปวิดีโอ, เขียนบทความหรือบล็อก, แชทคุยกันแบบสดๆ , เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม เติมอยู่เรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเลือกใช้กันทั้งปีก็ไม่หมด
ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ Facebook ยังเปิดโอกาสให้เราได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทั้งเพื่อนซี้เพื่อนเก่าก๊วนรัก เพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนร่วมชมรม เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน เพื่อนเราคนบ้านเดียวกัน และไม่นานนักเราก็จะได้พบกับเพื่อนใหม่ที่ถูกใจจริงๆ

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

E-mail

E-mailของนักเรียนชั้นม.3/1

1.totsapon_301@hotmail.com

2.para_pan@hotmail.co.th

3.poa-ton-145@hotmail.com

4.tewwijai@hotmail.com

5.sakdanai301@hotmail.co.th

6.sakon_@hotmail.com

7.mc_anon@hotmail.co.th

8.one_pongsakorn@hotmail.com

9.kritchaya1@hotmail.com

10.keerati_fern@hotmail.com

11.haojariya@hotmail.com

12.jidarat_mm@hotmail.com

13.jen_panpoka@hotmail.co.th

14.kanan00@hotmail.com

15.chamai_ponn@hotmail.com

16.noonnik@hotmail.com

17.nutjare301@hotmail.co.th

18.pui_wecha@hotmail.co.th

19.piyatida_oom@hotmail.com

20.ung-ing_ohh@hotmail.co.th

21.pattara-gom@hotmail.com

22.maliwan201083@hotmail.com

23.wiwis-sirilak@hotmail.com

24.suwanan_nat@hotmail.com

25.sunisa301@hotmail.com

26.seewalak_dao@hotmail.co.th

27.plawarn_araya_@hotmail.com

28.areerak_joy@hotmail.com

29.nan_raning@hotmail.com

30.kwang-mu@hotmail.com

31.mee.nik@hotmail.com

32.fluk_lion32@hotmail.com

33.pao_joy@hotmail.com

34.ja_love_zee@hotmail.co.th

35.dung_tape@hotmail.co.th

36.supa_jan@hotmail.co.th

37.suwimon301@hotmail.co.th

38.eve_30101@hotmail.co.th

39.im_lux@hotmail.co.th

40.lamai_indy@hotmail.com

41.nontawat_muk@hotmail.com

การใช้งานบล็อก

การสมัคร
ไปที่ http://www.blogger.com/
คลิกที่ >>> สร้างเว็บบล็อกของท่านเดี๋ยวนี้
ให้ใส่รายละเอียดดังนี้ที่อยู่อีเมล ใส่ E-mail ที่ได้สมัครไว้จากบทเรียนที่แล้วEnter Password ใส่รหัสผ่านพิมพ์รหัสผ่านอีกครั้ง ใส่รหัสผ่านอีกครั้งให้เหมือนกันDisplay name ตั้งชื่อที่จะให้แสดงตอนโพสเว็บบล็อกการรับรองความถูกต้องของคำ พิมพ์ตามอักษรที่ปรากฎให้ถูกต้องAcceptance for Terms ติ๊กให้มีเครื่องหมายถูกคลิก >> ดำเนินต่อไป
จากนั้นให้ ตั้งชื่อเว็บบล็อกของท่าน ตัวอย่างด้านล่างชื่อเว็บบล็อก ให้ตั้งชื่อเว็บบล็อกที่ต้องการที่อยู่เว็บบล็อก ใส่ที่อยู่เว็บบล็อกตามต้องการจากนั้นคลิก >>> ตรวจสอบความพร้อมใช้งานเพื่อตรวจเช็คดีว่ามีคนใช้แล้วหรือยังจากนั้นคลิก >>> ดำเนินต่อไป
จากนั้นจะเข้าสู่การเลือกแม่แบบว่า เราต้องการเว็บบล็อกรูปแบบไหน มีให้เลือกมากมายตามต้องการเมื่อ คลิกเลือกแม่แบบได้ตามต้องการแล้ว คลิกที่ >>> ดำเนินต่อไป
เพียงแค่นี้ คุณก็สามารถมีเว็บบล็อกเป็นของตัวเอง
การใช้งาน
เข้าไปที่ http://www.blogger.com/ให้เราพิมพ์ E-mail ที่เราได้สมัครไว้ที่รหัสผู้ใช้ [xxxxxxxxx@example.com]-รหัสผ่าน [xxxxxxxxxxxx]จากนั้นคลิกที่ลงชื่อผู้ใช้งานจะปรากฎหน้าต่างด้านล่าง ให้คลิกที่ บทความใหม่จากนั้นให้เราคลิกที่ เริ่มต้นส่งบทความจะปรากฎหน้าต่างด้านล่างซึ่งจะให้เราใส่ข้อความ / รูปภาพ ตามความต้องการโดยการคลิกที่ สร้าง-ชื่อเรื่อง (คือหัวข้อเรื่องที่เราต้องการ)-และมีพื้นที่สำหรับการใส่ข้อความ, รูปภาพเป็นต้น
ที่มาhttp://earningsadsense.blogspot.com/

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ส่วนประกอบของบล็อก

ส่วนประกอบที่สำคัญของ Blog
1. ชื่อบล็อก (ฺBlog Title) - ชื่อ Blog นั้น ๆ
2. แท็กไลน์ (Subtitle หรือ Tag line) - คำจำกัดความของเว็บ หรือสโลแกนที่ใช้อธิบายถึงตัวบล็อกโดยรวม โดยตัวแท็กไลน์นี้ จะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะมันไม่สำคัญเท่ากับชื่อบล็อก
3. วันที่และเวลา (Date & Time Stamp) - เป็นวันที่และบางทีอาจมีเวลากำกับอยู่ด้วย ตัววันที่และเวลานี้ จะเป็นตัวบอกว่าบทความในบล็อกนั้นเขียนขึ้นมาเมื่อไหร่ บางครั้งอาจมีวันที่ระบุอยู่ในส่วนของ comment ด้วย ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกว่า comment นั้นเขียนเข้ามาเมื่อไหร่เช่นกัน
4. ชื่อบทความ (Entry Title) – ชื่อเรื่องของบทความที่เขียนในบล็อก
5. ตัวเนื้อหาบทความ (Entry’s Main Body) - อาจเป็นตัวหนังสือ หรืออาจเป็นรูปภาพ วีดีโอ หรือ อนิเมชั่น เป็นต้น โดยส่วนประกอบเหล่านี้จะรวมเป็นส่วนเนื้อหาของบทความ
6. ชื่อผู้เขียน (Blog Author) - บางบล็อก อาจมีการระบุชื่อผู้เขียนไว้ในบล็อกด้วย โดยตำแหน่งที่จะใส่ชื่อผู้เขียนนั้น สามารถไว้ที่ตำแหน่งใดก็ได้ เช่นด้านข้างของหน้าบล็อก (sidebar) หรืออยู่ในตัวบทความ
7. คอมเม้นต์ (Comment tag) - เป็นลิงค์ที่ให้ผู้อ่านคลิกไปเพื่อกรอกคอมเม้นต์ให้กับบล็อกนั้น ๆ หรืออ่านคอมเม้นต์ที่มีคนเขียนคอมเม้นต์เข้ามา
8. ลิงค์ถาวร (Permalink) - เพอร์มาลิ้งค์ ลิงค์ตัวนี้คือลิงค์ที่ไปหา url ของบทความนั้น ๆ โดยตรง มีประโยชน์สำหรับ blogger คนอื่น ๆ ที่อยากจะทำลิงค์หาบทความของเราโดยตรง ก็จะสามารถหา permalink ได้ โดย url ของ permalink นี้จะไม่เปลี่ยนไปตามวันและเวลาเหมือน link ของหน้าแรกของบล็อกที่บทความจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
9. ปฎิทิน (Calendar) - บล็อกบางแห่งอาจมีปฎิทินอยู่ด้วย โดยในปฎิทินนั้นสามารถคลิกตามวันที่ เพื่ออ่านบทความของวันที่นั้น ๆ ได้
10. บทความย้อนหลัง (Archives) - บทความเก่า หรือบทความย้อนหลัง อาจมีการจัดเตรียมไว้โดยเจ้าของบล็อก โดยบล็อกแต่ละแห่งอาจจัดเรียงบทความย้อนหลังไม่เหมือนกัน เช่นจัดเรียงรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน หรือจะ list บทความทั้งหมดออกมาเลยก็ได้
11. ลิงค์ไปยังเว็บอื่น (Links) - เป็นจุดเด่นและความสนุกของบล็อกอีกอย่างหนึ่ง โดยบล็อกแต่ละแห่ง อาจมีลิงค์ไปยังเว็บอื่นหลากหลายเว็บ บางครั้งเราสามารถเรียก link พวกนี้ว่า blogroll
12. RSS หรือ XML - ตัว RSS นี้อาจมีเตรียมไว้ให้เราโดยอัตโนมัติขึ้นอยู่กับ Blogware หรือ Blog Host ที่เราเลือกใช้ เช่น WordPress หรือ MovableType นั้นจะมี RSS ลิงค์ไว้ให้เราโดยอัตโนมัติ โดยเจ้า RSS Feed นี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงบทความของเราได้ง่ายขึ้น โดยการใช้โปรแกรมช่วยอ่าน Feed ได้ด้วย บางครั้งนักเขียน Blog คนอื่น ก็อาจใช้ RSS Feed นี้เพื่อประโยชน์ในการดึงข้อมูลไปแสดงในเว็บ หรือบล็อกของตนได้
ที่มาhttp://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tuck&month=01-2008&date=24&group=5&gblog=1

ความเป็นมาของบล็อก

Web Log ซึ่งเป็นคำที่คิดขึ้นโดย โจร์น บาร์เกอร์ ในปี ค.ศ.1997 และต่อจากนั้นอีก 2 ปีต่อมา ปีเตอร์ เมอร์โฮลซ์ ซึ่งสร้าง Blog ของตนเอง แล้วตั้งชื่อว่า Blog ทำให้คำว่า Web log ถูกย่อให้เหลือแค่เพียง Blog และกลายเป็นคำฮิตติดปาก ตั้งแต่นั้นมาแต่การเปลี่ยนไอเดียจากกระดานข่าวสู่ Blog นั้น ยังไม่ถือว่าเป็นการประยุกต์ไอเดียเล็ก ๆ มาสร้างธุรกิจใหม่ได้เลยหากไม่มีบริษัทเล็ก ๆ ผู้ให้บริการจัดทำเว็บไซต์ และมี Blog เป็นของตนเอง พวกเขาจึงก่อตั้งเว็บไซต์ Blogger.com ขึ้นมาและหวังว่านี่จะเป็นเว็บไซต์ที่ทำเงินได้ ซึ่งสุดท้าย ฝันก็เป็นจริง เมื่อวันหนึ่งเว็บ Blogger.com ของพวกเขาได้รับคำเสนอซื้อจากยักษ์ใหญ่แห่งวงการเสิร์จเอ็นจิ้นอย่าง Google.com ด้วยมูลค่าที่ใคร ๆ คาดไม่ถึง เนื้อหาใน Blog นั้นประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1. หัวข้อ ( title) 2. เนื้อหา (Post หรือ Content) 3.วันที่เขียน ( Date )