วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วิธีเลือกของขวัญให้ถูกใจคนทั้ง12ราศี



เรามีวิธีการเลือกของขวัญให้ถูกใจคนทั้ง12ราศี แต่ก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่าคนที่คุณจะซื้อของขวัญให้ เกิดในราศีอะไร แค่นี้เอง ถ้ารู้แล้วเรามาเริ่มที่ราศีแรกกันเลย

ราศีมังกร 22 ธันวาคม - 20 มกราคมชาวราศีมังกรเป็นคนเอาจริงเอาจังกับเรื่องงานเป็นพิเศษ ของขวัญที่น่าจะได้ใช้แน่ๆ ก็คือ ของที่เกี่ยวกับการทำงาน อย่างเช่น ออร์กาไนเซอร์ อุปกรณ์สำนักงานแบบเทรนดี้ ของตกแต่งโต๊ะทำงาน หรืออาจจะเป็นรูปของคุณเอาไปใส่กรอบ เวลาที่เค้าเครียดจากการทำงาน ก็จะได้รู้สึกผ่อนคลาย เมื่อมองมาเห็นรูปของคุณ เอ๊ะหรือว่าจะเครียดกว่าเดิมกันแน่นะเนี่ย ล้อเล่นนะคะ ลักษณะของชาวราศีมังกรอีกอย่างก็คือติดหรู ของขวัญสำหรับพวกเค้าอาจจะเป็นสินค้าแบรนด์เนมก็น่าจะถูกใจ แต่ก็หาคนลงขันด้วยแล้วกันนะคะ ซื้อคนเดียวระวังจะหน้ามืด ไม่มีเงินซื้อของขวัญให้ตัวเองล่ะแย่เลย อันนี้ต้องระวังค่ะ

ราศีกุมภ์ 21 มกราคม - 19 กุมภาพันธ์ชาวราศีกุมภ์เป็นคนที่ไม่ค่อยตรงเวลาสักเท่าไหร่ ลองซื้อนาฬิกาให้สิค่ะ ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาแขวนฝาผนัง นาฬิกาตั้งพื้น และที่สำคัญที่ลืมไม่ได้ นาฬิกาปลุกนั่นเอง หรือถ้าใจดีและมีสตางค์ จะซื้อมือถือให้เลยก็ไม่ว่ากันค่ะ ได้ 2 เด้งเลย ให้นาฬิกาแล้วยังสามารถโทรจิกได้ด้วย คุ้มสุดๆ หรือถ้าไม่เป็นนาฬิกา ก็อาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่มีลูกเล่น เพราะชาวราศีกุมภ์มีความเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่สูง ช่างสังเกต ชอบอะไรที่ต้องลงมือแกะนู่น ใส่นี่ ตัวอย่าง การประกอบโมเดล จิ๊กซอว์ หรืออะไรก็ได้ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี รับรองว่าถูกใจแน่นอนค่ะ

ราศีมีน 20 กุมภาพันธ์ - 20 มีนาคมชาวราศีมีนเป็นคนรักธรรมชาติ รักบ้าน ไม่ต้องบอกใช่ไหมคะว่าปีใหม่นี้จะซื้ออะไรให้เค้า แน่นอนต้องเป็นอุปกรณ์แต่งบ้านเก๋ๆ โมบาย โคมไฟ ตุ๊กตา แจกัน ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูสไตล์ของเค้าด้วยนะคะว่า หวานแหวว เรียบง่าย หรือหรูหรา จะได้เลือกซื้อได้ถูกใจค่ะ ต้นไม้ก็เป็นอีกอย่างที่เหมาะกับคนรักธรรมชาติอย่างชาวราศีมีน ยิ่งเป็นไม้มงคลด้วยยิ่งดี

ราศีเมษ 21 มีนาคม - 20 เมษายนชาวราศีเมษเป็นคนลุยๆ ชอบเที่ยวผจญภัยค่ะ อะไรที่ซื้อให้ก็ต้องเป็นอะไรที่ทะมัดทะแมง ถ้าเป็นเสื้อผ้าก็ต้องเป็นสีพื้น ทนๆ หน่อย จะได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเค้า อีกอย่างที่แนะนำก็คืออุปกรณ์ในการท่องเที่ยวแนวลออฟโรด แอดเวนเจอร์ อุปกรณ์ตั้งแคมป์อันนี้ก็เข้าทางค่ะ ถ้าเป็นผู้หญิงก็อาจจะเน้นเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่เท่ๆ อาจจะมีลายทหารเข้ามาผสมผสาน รับรองว่าเวิร์ก แล้วก็ไม่ต้องกลัวนะคะว่าจะใส่ยาก ดีไซเนอร์หลายคนเวลาอับจนหนทางคิดอะไรไม่ออก ก็จะเอาลายทหารเนี่ยล่ะค่ะมาสร้างสรรค์เสื้อผ้า เชื่อได้เลยว่าลายทหารไม่มีเอ๊าท์

ราศีพฤษภ 21 เมษายน - 19 พฤษภาคมชาวราศีพฤษภเป็นพวกอนุรักษ์นิยม และประหยัดเอามากๆ ฉะนั้นของขวัญควรจะเป็นของใช้ที่ใช้ได้นานๆ มีความคงทน หรือไม่ก็ของเก่า หรือของใหม่ที่ทำให้ดูเก่าๆ ขลังๆ น่าจะถูกใจชาวราศีพฤษภ หรือถ้านึกอะไรจะเป็นของกินก็ได้ไม่ว่ากัน ได้ทุกประเภทไม่เกี่ยง ขอให้อร่อยๆ หน่อย แค่นี้เป็นใช้ได้ ถ้าเป็นเสื้อผ้าก็ควรจะเป็นอะไรที่ใส่ได้นาน อย่างเช่นยีนส์ หรือเสื้อผ้า เครื่องประดับที่เรียบๆ เข้ากับเสื้อผ้าได้หลายๆ สี เรียกว่าตัวเดียวเอาไป mix & match ได้อีกหลายชุด โดนใจชาวราศีพฤษภแน่ๆ

ราศีเมถุน 20 พฤษภาคม - 21 มิถุนายนชาวราศีเมถุนเป็นคนที่ไม่ชอบความจำเจ คุณต้องพยายามนึกว่าเมื่อปีที่แล้วคุณซื้ออะไรให้เค้า ปีใหม่นี้ควรหาซื้ออะไรที่แตกต่างกันมากๆ จะได้สร้างความตื่นเต้น ในกรณีที่เพิ่งรู้จักกัน ซื้อของขวัญปีใหม่ให้เป็นครั้งแรก ควรจะหาอะไรที่ไม่เหมือนใคร ยิ่งถ้าเป็นของที่มีชิ้นเดียวในโลก อันนี้โดนใจสุดๆ แต่ก็ดูราคาด้วยแล้วกันค่ะ เดี๋ยวคนซื้อจะบาดเจ็บหนัก ของสวยๆ แฮนด์เมดที่ราคาไม่แพงมาก ที่คนทำเค้าทำมาชิ้นเดียวก็มีให้ซื้อนะคะ ของดีราคาถูกมีให้เลือกมากมาย จริงไหมคะ

ราศีกรกฎ 22 มิถุนายน - 22 กรกฎาคมชาวราศีกรกฎเป็นนักสะสมตัวยง ฉะนั้นถ้าจะซื้อของขวัญปีใหม่ก็น่าจะเป็นของสะสม เช่น แสตมป์ โมเดล ตุ๊กตา หรือถ้าไม่กลัวว่าเค้าจะไม่ชอบก็ต้องลงทุนไปส่องกันที่บ้านเลยว่าเค้าสะสมอะไรอยู่ จะได้ซื้อมาให้ถูกใจ ถ้าไม่เห็นว่าเค้าสะสมอะไรจริงจังก็อาจจะซื้อของเก่าก็ได้เพราะธรรมชาติของนักสะสมก็ต้องชอบความคลาสสิกอยู่แล้ว ของแต่งบ้านก็ไม่เลวนะคะ เพราะชาวราศีกรกฏรักบ้านเป็นชีวิตจิตใจ และด้วยความชอบยู่บ้านอีกหนึ่งอย่างที่อยากจะแนะนำก็คือหนังสือดีๆ สักเล่มก็คงเป็นของขวัญที่ถูกใจเช่นกัน

ราศีสิงห์ 23 กรกฎาคม - 23 สิงหาคมชาวราศีสิงห์มีความเป็นผู้นำสูง ของขวัญที่เหมาะน่าจะเป็นของที่มีดีไซน์ที่ดูหรูหรา แสดงออกถึงความมีสง่าราศี ถ้าจะซื้อของแต่งบ้านก็น่าจะเป็นไม้ เพราะเป็นอะไรที่ดูดีและคลาสสิกเสมอ แต่ถ้าจะซื้อต้นไม้ให้ ควรจะเป็นไม้ยืนต้นหรือไม้มงคล เพราะจะช่วยเสริมในเรื่องของการงานค่ะ อีกหนึ่งคุณสมบัติของชาวราศีสิงห์คือ มีความทะเยอทะยานในเรื่องงานสูง ฉะนั้นของขวัญอีกอย่างที่น่าจะตรงใจก็คือ อุปกรณ์บนโต๊ะทำงาน ต้องเลือกแบบที่เรียบและดูดี หรือจะเป็นอุปกรณ์คลายเครียดต่างๆ ก็โอเคนะคะ อาทิเครื่องนวด, ดีวีดี, วีซีดีหนังดีๆ สักเรื่อง หรือซีดีเพลงเพราะๆ สักแผ่น

ราศีกันย์ 24 สิงหาคม - 23 กันยายนชาวราศีกันย์เป็นคนรักสวยรักงาม ของขวัญที่น่าถูกใจก็คงหนีไม่พ้นของสวยๆ งามๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับ หรือจะเป็นเรื่องของการดูแลหน้าตาและผิวพรรณ อาทิเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อุปกรณ์การทำสปา สมุนไพรขัดผิว เป็นต้น อีกอย่างที่ลืมไม่ได้สำหรับคนรักสวยรักงามอย่างชาวราศีกันย์ก็ต้องน้ำหอม อันนี้ซื้อให้ได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง แต่ถ้าไม่แน่ใจเรามีวิธีเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับคนแต่ละราศีมาบอกด้วย คลิกที่นี่ หรือถ้าจะให้ชัวร์กว่าก็ชวนกันไปเดินเล่นแถวๆ เคาน์เตอร์น้ำหอม ลองชวนดมกลิ่นนั้น ขวดนี้ เดี๋ยวก็รู้คำตอบเองค่ะ

ราศีตุลย์ 24 กันยายน - 23 ตุลาคมชาวราศีตุลย์เป็นคนน่ารัก ช่างเจรจา ของขวัญที่ต้องถูกใจแน่นอนก็คือ ของน่ารักๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา อุปกรณ์แต่งรถ หรืออะไรก็ได้ที่เป็นลายการ์ตูน แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่หน่อยก็ให้เลี่ยงลายการ์ตูนมาเป็นของที่มีสีพาสเทลก็ได้ อย่างสีฟ้า สีชมพูค่ะ อุปกรณ์ตกแต่งมือถือก็เป็นอีกอย่างที่น่าจะเหมาะกับคนพูดเก่ง อย่างชาวราศีตุลย์ เพราะพวกเค้าจะใช้โทรศัพท์บ่อย ถ้าซื้อไปให้ รับรองว่าต้องได้ใช้แน่ๆ เลือกแบบที่น่ารักๆ เข้าไว้ค่ะ

ราศีพิจิก 24 ตุลาคม - 22 พฤศจิกายนชาวราศีพิจิกเป็นคนใจร้อนอยู่สักหน่อย ลองหาอะไรก็ได้ที่จะทำให้ใจเค้าเย็นๆ สบายๆ อย่างเช่นต้นไม้ อาจจะเลือกไม้น้ำต่างๆ อย่างเช่น บัว, เฟิร์น หรือแว่นแก้ว จะพ่วงปลาตัวเล็กๆ ไปด้วยไปด้วยก็ได้ไม่ว่ากัน ถ้าเป็นของตกแต่งบ้าน ก็อาจจะเป็นภาพวาดสีน้ำที่เป็นลายธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา ทะเล หรือจะเป็นแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ ให้เน้นสีสบายตาเข้าไว้ อีกอย่างที่กำลังอินก็คือ หินที่นำมาร้อยเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือเอามาทำเป็นแหวน ลองหาหินที่ทำให้อยู่เย็นเป็นสุข หรือจิตใจเยือกเย็น จะได้ช่วยให้เค้าใจเย็นขึ้นค่ะ

ราศีธนู 23 พฤศจิกายน - 21 ธันวาคมชาวราศีธนูเป็นคนสนุกสนาน ชอบความบันเทิงทุกรูปแบบ เป็นราศีที่เลือกของขวัญให้ได้ง่ายที่สุดก็ว่าได้ อะไรก็ได้ที่ทำให้เพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เพลง หนัง หรือจะเป็นของกินอร่อยๆ หรือจะจัดเซอร์ปาร์ตั้ให้อันนี้ก็เวิร์ก แต่ต้องเซอร์ไพรส์จริงๆ นะคะ เพราะชาวราศีธนูทำให้เซอร์ไพร้ส์ได้ยากค่ะ เหมือนเค้าจะมีเซ้นซ์อะไรประมาณนั้น อีกอย่างก็คือชาวราศีธนูเป็นคนรักสัตว์ แต่ถ้าคิดจะซื้อล่ะก็ ต้องหาข้อมูลดีๆ ว่าเค้าชอบสัตว์ประเภทไหน พันธุ์อะไร แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ ต้องมีเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงนะคะ ไม่งั้นล่ะจะเป็นการทำบาปเปล่าๆ ค่ะ

11ขั้นตอนการเลือกซื้อของขวัญ

เวลาปีๆ หนึ่งมันช่างผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน นี่ก็จวนเจียนใกล้ถึงวันที่ต้องหาซื้อของขวัญกันอีกแล้ว นอกจากจะวางแผนสวีทกับคนรักแล้ว หลายคนคงต้องสาละวนกับการเตรียมของขวัญให้คนพิเศษไปพร้อมๆ กันด้วย แล้วเรื่องแบบนี้สนุกเสียเมื่อไหร่ เพื่อทำชีวิตของคุณให้ยุ่งเหยิงน้อยลง เรามีวิธีเลือกซื้อของขวัญอย่างละเอียดยิบมาฝาก ขั้นตอนที่ 1 ลองลิสต์รายชื่อบุคคลที่คุณจะซื้อของขวัญหรือการ์ดให้ในวันปีใหม่ และเรียงลำดับความสำคัญ ว่าควรให้ใครก่อนหลัง ขั้นตอนที่ 2 สำรวจเงินในกระเป๋าตัวเองก่อนว่ามีงบเท่าไรที่จะซื้อของ เพราะถ้ามีงบน้อยก็ไม่ควรซื้อของมากและราคาแพงเกินไป เดี๋ยวจะไม่เหลือเงินไปเที่ยวพักผ่อน ขั้นตอนที่ 3 เสาะหาแหล่งที่จะจับจ่ายซื้อของให้ละเอียดว่าที่ไหนราคาถูกและมีของดีมีคุณภาพ อย่าคิดแต่ว่าต้องไปซื้อหาตามห้างเสมอไป ถ้านึกไม่ออกลองคลิกดูที่ เคล็ดลับนักช็อป หน้า “ แหล่งช็อปปิ้งแสนประหยัดของผู้หญิงวันนี้” ขั้นตอนที่ 4 ควรออกไปสืบราคามาก่อนว่า ของขวัญที่คุณจะซื้อราคาประมาณเท่าไร มีขายที่ไหนบ้าง และถ้าเกิดซื้อจากแหล่งต้นทุน และซื้อทีละหลายๆ ชิ้นจะถูกกว่าหรือไม่ ขั้นตอนที่ 5 คิดไว้คร่าวๆ ว่า ใครคนไหนจะเหมาะกับของแบบไหนอย่างไร เพื่อที่ว่าถึงเวลาไปช็อปปิ้งจริงๆ จะได้ไม่สับสนว่า จะซื้อของชิ้นนี้ให้คนไหนดี ขั้นตอนที่ 6 อย่างที่รู้ๆกันคือ ใกล้ถึงปีใหม่ ห้างสรรพสินค้าชอบลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ ลองเปิดดูหน้าโฆษณาตามหน้าหนังสือพิมพ์ ว่ามีห้างไหนลดราคาบ้าง จากนั้นก็ลองไปสืบราคาและคำนวณดูว่าห้างไหนถูกที่สุด และเหมาะที่คุณจะไปช็อปหาของถูกใจให้คนใกล้ชิด ขั้นตอนที่ 7 ตามปกติถ้าคุณซื้อของขวัญในห้างสรรพสินค้า ทางห้างมักจะมีบริการห่อของขวัญให้ฟรี คิดดูแล้วของบางอย่างถ้าเลือกซื้อในห้างก็คุ้มเหมือนกัน เพราะประหยัดกว่ากันตั้งแยะ ดีกว่าคุณไปจ้างเขาห่อหรือห่อเอง เพราะไหนจะค่ากระดาษค่าริบบิ้น เสียทั้งเงินและเวลา หนำซ้ำถ้าห่อไม่สวยอายเขาเปล่าๆ ขั้นตอนที่ 8 อย่าซื้อสินค้าหรือของขวัญที่เพียงแค่มองผ่านชั่ววูบ เพราะแค่วูบที่เห็นแค่สวยผ่านๆ อาจจะทำให้คุณเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ได้ ขั้นตอนที่ 9 ซื้อของอย่าลืมกฎเหล็ก ต่อรองราคาไว้เถิดจะเกิดผล เพราะเศรษฐกิจยุคนี้ทำให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ร้านค้าอาจจะตั้งราคาเกินจริง เราก็ควรต่อรองเพื่อช่วยเซฟเงินในกระเป๋าตัวเอง ขั้นตอนที่ 10 แต่การซื้อของจากแหล่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า อาจถูกก็จริงแต่ต้องดูให้ละเอียด เพราะบางชิ้นอาจมีตำหนิและไม่มีใบประกัน ซึ่งบางเจ้าเราไม่สามรรถขอเปลี่ยนหรือคืนได้เลย ขั้นตอนที่ 11 สำหรับคนที่งบน้อยจริงๆ อาจจะลองทำการ์ดเก๋ๆ ด้วยตัวคุณเองแล้วส่งให้คนที่คุณอยากซื้อของขวัญให้หรือส่งเป็น e-card ไปก็ได้ เพราะบางครั้งของแบบนี้อาจมีค่าทางใจมากกว่าของขวัญราคาแพงซะอีก เชื่อว่าการ์ดใบเดียวไม่ยากเกินความสามารถของคุณ ที่มา http://gift.blog.mthai.com/2008/03/11/public-1

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

อาหารที่ทำให้ดูสวย

ใครที่อยากสวยด้วยการทานอาหาร วันนี้เรามีอาหารมาให้เลือกทานเพื่อความสวยมาบอก
1.กล้วย ช่วยบำรุงเส้นผม ผมร่วง ผมบาง ต้องกินกล้วย เพราะอุดมด้วยวิตามินบีซึ่งช่วยบำรุงผมและป้องกันผมร่วงได้ดี ทั้งยังเป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและลดอาการท้องผูก
2.นม ช่วยบำรุงฟันและกระดูกสารอาหารสำคัญในการสร้างกระดูกก็คือแคลเซียม ซึ่งพบได้มากในนม แถมยังเป็นแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าแหล่งอื่นๆ
3.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ช่วยบำรุงสายตาผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า แอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารเม็ดสีในเบอร์รี่ช่วยให้มองเห็นชัดในที่มืด หรือที่ที่มีแสงสลัวๆ ได้ชัดเจนขึ้น และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเลนส์ตาและเส้นเลือดฝอยในลูกตา
4.อะโวคาโด ช่วยบำรุงใบหน้าแม้เป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง แต่เป็นกรดไขมันโอเมก้า 9 ที่มีประโยชน์ ที่สำคัญวิตามินบีและอีในอะโวคาโดสามารถช่วยบำรุงผิว ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และปกป้องผิวจากรังสีต่างๆ ในแสงแดด
5.กะหล่ำปลี ช่วยบำรุงทรวงอก งานวิจัยของสมาคมเพื่อการวิจัยมะเร็งของสหรัฐ พบว่า ผู้หญิงโปแลนด์ที่กินกะหล่ำปลีทั้งสดและดอง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 ครั้ง มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมลดลงถึง 75%
6.พริกหยวก ช่วยบำรุงเล็บ พริกหวานหลากสีสันล้วนอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการเผาผลาญให้กับร่างกาย นอกจากนี้น้ำฉ่ำๆ จากพริกหยวกยังช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรง รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากสวย หุ่นดี ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์จะดีกว่า.
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

กินบะหมี่สำเร็จรูปมากไปเสี่ยงความดัน

อาหารสำเร็จรูปอย่าง บะหมี่ กินง่ายก็จริง แต่ถ้าได้รับมากไปอาจเสี่ยงเป็นโรคความดัน เพราะจากการศึกษาของสถาบันวิจัยโภชนา มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกว่า 60-70% เป็นแป้งสาลี รองลงมาคือ ไขมันในเครื่องปรุงรส 15-20 % เกลือและผงชูรสอีก 5-6% หากรับประทานมากกว่า 1 ซองหรือ 1 ถ้วยต่อวัน จะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณโซเดียมเกินความต้องการของร่างกาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของไต และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ฉะนั้น ควรเลือกซื้อบะหมี่สำเร็จรูปที่บนฉลากระบุว่า เติมสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ เวลารับประทานควรเติมไข่ เนื้อสัตว์ และผักลงไปทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมและไขมันมากเกินไป
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

คำสั่งโปรแกรมPhotoshop

การสร้างลูกบอลไฟอีกรูปแบบหนึ่งใน Photoshop
1. สร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาโดยกำหนดพื้นหลังเป็นสีดำ
2. สร้าง layer ใหม่
3. ใช้ Elliptical Marquee Tool ในการวาดรูปวงกลม โดยให้กด Shift ที่แป้นพิมพ์ เพื่อทำให้วงเลมเป็นรูปสวยงาม
4. กด Filter ---> Render ---> Counds และไปที่ Filter ---> Render ---> Difference Counds
5. กด ctrl+ I เพื่อทำการเปลี่ยนสี จากนั้นกด Ctrl + L แล้วทำการย้ายตัวเลื่อนที่ตัวตามรูปไปทางด้่านขวาจากนั้นกด OK
6. กด Filter ---> Distort ---> Spherize แล้วทำการตั้งค่า option = 100% แล้วกด ctrl+F
7. กด Filter ---> Stylize ---> Find Edges แล้วกด Ctrl+I
8. กด Ctrl+U ตั้งค่าตามด้านล่างเลยโดยติ๊กที่ Colorize ด้วย
Hue: 0
Saturation: 100
9. จากนั้นคลิกขวาที่ layer แล้วเลือก Duplicate layer จากนั้นกด Ctrl+U ที่ layer ที่เราได้ทำการ copy มาแล้วตั้งค่าตามด้านล่าง อย่าลืม ติ๊กที่ Colorize ด้วย
Hue: 40
Saturation: 100
10. ในส่วนของแทบ layer ด้านบนจะมีให้กดลูกศรลงเพื่อเลือก Linear Dodge แล้วกด Ctrl + E เพื่อรวม layer ทั้งสอง
11. สร้าง layer ใหม่
12. ทำซ้ำในข้อ 4-10 เมื่อทำข้อทำเสร็จให้กดเลือก Linear Dodge แล้วจึง Crtl + E อีกรอบ
13. สร้าง layer ใหม่
14.ทำซ้ำในข้อ 4-10 เมื่อทำข้อทำเสร็จให้กดเลือก Linear Dodge แล้วจึง Crtl + E อีกรอบ
15. ให้กด Add layer style
แล้วเลือก Inner Glow กำหนดสีเป็น #FFC600 และ เลือก Outer Glow แล้วเลือกสีเป็น #FFC600 เมื่อทำการตกแต่งเสร็จแล้วจะได้รูปตามด้านล่างเลยค่ะ

ที่มา http://www.webthaidd.com/photoshop/webthaidd_article_952_.html

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การใช้งาน Facebook

วิธีสมัคร Facebook
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการสมัครก็คือ อีเมล์ จะเป็น Gmail, Hotmail, Yahoo! หรือ อีเมล์ใดๆ ก็ได้และ ไม่ควรนำอีเมล์สำคัญๆมาใช้ในการเล่นเฟสบุ๊คเป็นต้นว่าอีเมล์ติดต่องานหรืออีเมล์บริษัท ทั้งนี้ ก็เพราะตลอดการเล่น Facebook เราจะต้องใช้อีเมล์นี้รับข้อมูลที่ส่งมาจากบริการของ Facebook อยู่บ่อยๆถ้าเราใช้บริการเฟสบุ๊คบ่อยแค่ไหนก็ Inbox ของเราก็จะยิ่งรับข้อมูลมากขึ้นซึ่งจะทำให้เราเกิดความรำคาญได้เริ่มต้นสมัครเล่น Facebook ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เข้าที่เว็บไซต์ http://www.facebook.com/
2. คลิกที่ ภาษาไทย (ขออนุญาตใช้งาน Facebook ในแบบภาษาไทย)
3. กรอกรายละเอียดของเรา ให้ครบทุกช่อง ถ้าเป็นไปได้ควรกรอกให้ตรงกับความเป็นจริง โดยเฉพาะ อีเมล์
4. พิมพ์ตัวอักษรที่เรามองเห็น จากนั้นให้คลิกปุ่ม ลงทะเบียน
5. จากนั้นให้เพิ่มเพื่อน ค้นหาเพื่อน กรอกข้อมูลส่วนตัว ใส่รูปภาพ เราสามารถคลิกที่ ข้าม ได้
6. จากนั้นจะปรากฏแถบข้อความแจ้งกับเราว่า ได้ส่งคำขอการยืนยันการสมัครจากทีมงาน Facebook ไปยังอีเมล์ของเรา (อีเมล์ที่กรอกตอนสมัคร) ให้เรารีบไปเช็คอีเมล์ได้เลย
7. เปิดเช็คอีเมล์ใน Inbox เราจะพบว่ามีอีเมล์มาใหม่อยู่ 2 ฉบับ ให้เราคลิกเปิดอ่านอีเมล์หัวข้อ การยืนยันชื่อเข้าใช้งาน Facebook
8. คลิกลิงค์ยืนยันการสมัครได้เลย
9. การสมัครได้รับการยืนยันแล้ว ให้คลิก ตกลง
10. กลับเข้าสู่หน้าเว็บ Facebook อีกครั้ง
11. ขั้นตอนสมัคร Facebook ก็จบแต่เพียงเท่านี้และทุกครั้งที่เล่น Facebook เสร็จแล้วก็อย่าลืม ออกจากระบบ อย่างถูกวิธี

ที่มา http://facebook.kapook.com/howto/signup.php

Facebook คืออะไร


Facebook (เฟสบุ๊ค) คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ, โพสต์รูปภาพ , โพสต์คลิปวิดีโอ, เขียนบทความหรือบล็อก, แชทคุยกันแบบสดๆ , เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม เติมอยู่เรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเลือกใช้กันทั้งปีก็ไม่หมด
ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ Facebook ยังเปิดโอกาสให้เราได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทั้งเพื่อนซี้เพื่อนเก่าก๊วนรัก เพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนร่วมชมรม เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน เพื่อนเราคนบ้านเดียวกัน และไม่นานนักเราก็จะได้พบกับเพื่อนใหม่ที่ถูกใจจริงๆ